โรงเรียนชุมชนดงมะไฟเจริญศิลป์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1
โรงเรียนชุมชนดงมะไฟเจริญศิลป์ (“โรงเรียน”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานของโรงเรียน และจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เพื่อแจ้งเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนอาจเก็บรวบรวม
โรงเรียนอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการบริหารงานและการปฏิบัติหน้าที่ เช่น
- ชื่อ–นามสกุล
- คำนำหน้าชื่อ
- รูปถ่าย
- ตำแหน่ง
- วิทยฐานะ
- หน้าที่รับผิดชอบ
- กลุ่มบริหารงาน
- กลุ่มสาระการเรียนรู้
- สถานะการปฏิบัติงาน
- ข้อมูลการติดต่อที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
สำหรับข้อมูลอื่นที่จำเป็นต่อการบริหารงานบุคคล โรงเรียนอาจเก็บข้อมูลเพิ่มเติมตามกฎหมาย ระเบียบ หรือภารกิจของทางราชการ โดยจะจำกัดการเข้าถึงตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ ข้อมูลที่โรงเรียนเก็บรวบรวมตามข้อนี้มิได้หมายความว่าจะนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะทั้งหมด การเผยแพร่ข้อมูลบุคลากรบนเว็บไซต์จะดำเนินการเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและเหมาะสม ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ (ดูข้อ 3)
2. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล
โรงเรียนอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อ:
- การบริหารงานบุคคล
- การมอบหมายและแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบ
- การติดต่อประสานงาน
- การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของโรงเรียน
- การให้ประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบโครงสร้างและบุคลากรผู้รับผิดชอบงาน
- การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และภารกิจของสถานศึกษา
3. การเผยแพร่ข้อมูลบุคลากรบนเว็บไซต์
โรงเรียนอาจเผยแพร่ข้อมูลบุคลากรบนเว็บไซต์ dmf.ac.th เพื่อประโยชน์ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้าง บุคลากร และการดำเนินงานของสถานศึกษา
ข้อมูลที่อาจเผยแพร่ต่อสาธารณะ ได้แก่:
- รูปถ่ายบุคลากร
- ชื่อ–นามสกุล
- ตำแหน่งและวิทยฐานะ
- กลุ่มบริหารงานหรือหน้าที่รับผิดชอบ
- กลุ่มสาระการเรียนรู้
- อีเมลที่โรงเรียนกำหนดให้ใช้ในการปฏิบัติงาน (มิใช่อีเมลส่วนตัวของบุคลากร) เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็น
โรงเรียนจะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์
โดยทั่วไป โรงเรียนจะไม่นำข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็นต่อการติดต่อราชการ เช่น
- ที่อยู่บ้าน
- หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว
- เลขประจำตัวประชาชน
- ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่
มาเผยแพร่บนเว็บไซต์สาธารณะ
4. ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล
โรงเรียนเป็นหน่วยงานของรัฐ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรเพื่อการบริหารงานบุคคล การมอบหมายหน้าที่ และการเผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็นต่อสาธารณะ จึงอาศัยฐานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 เป็นหลัก ได้แก่ ฐานการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการใช้อำนาจรัฐ และฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย มิใช่ฐานความยินยอมเป็นการทั่วไป ตารางด้านล่างแสดงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรม/วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และฐานการประมวลผลของแต่ละกิจกรรมโดยสังเขป:
การบริหารงานบุคคลและจัดทำข้อมูลบุคลากร
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- ชื่อ–นามสกุล คำนำหน้าชื่อ ตำแหน่ง วิทยฐานะ หน้าที่รับผิดชอบ สถานะการปฏิบัติงาน
- ฐานการประมวลผล
- ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ/การใช้อำนาจรัฐ และการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง
การมอบหมายหน้าที่ กลุ่มบริหารงาน และกลุ่มสาระการเรียนรู้
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- หน้าที่รับผิดชอบ กลุ่มบริหารงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้
- ฐานการประมวลผล
- ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ/การใช้อำนาจรัฐในการจัดโครงสร้างและบริหารงานของสถานศึกษา
การติดต่อประสานงานในการปฏิบัติงาน
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลการติดต่อที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
- ฐานการประมวลผล
- ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ/การใช้อำนาจรัฐ เพื่อให้การปฏิบัติงานและประสานงานของโรงเรียนดำเนินไปได้
การเผยแพร่ข้อมูลบุคลากรที่จำเป็นบนเว็บไซต์ของโรงเรียน
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- รูปถ่าย ชื่อ–นามสกุล ตำแหน่ง/วิทยฐานะ กลุ่มบริหารงานหรือหน้าที่รับผิดชอบ กลุ่มสาระการเรียนรู้ อีเมลสำหรับการปฏิบัติงาน (กรณีจำเป็น)
- ฐานการประมวลผล
- ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ/การใช้อำนาจรัฐ เพื่อความโปร่งใสและให้ประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียน ทราบโครงสร้างและบุคลากรของสถานศึกษา
การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือภารกิจของสถานศึกษา
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลตามที่กฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ต้องจัดเก็บหรือรายงาน
- ฐานการประมวลผล
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
สำหรับกิจกรรมใดที่ไม่มีฐานทางกฎหมายข้างต้นรองรับโดยเฉพาะ และจำเป็นต้องอาศัยความยินยอมของเจ้าของข้อมูล โรงเรียนจะขอความยินยอมเป็นการเฉพาะสำหรับกิจกรรมนั้น ๆ เท่านั้น มิใช่ใช้ความยินยอมเป็นฐานทั่วไปครอบคลุมทุกกิจกรรมของบุคลากร
5. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
หากโรงเรียนมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีความอ่อนไหว โรงเรียนจะดำเนินการเฉพาะเมื่อมี ฐานกฎหมายรองรับและเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ ที่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมใช้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม
ข้อมูลดังกล่าวจะไม่นำมาแสดงในหน้ารายชื่อบุคลากร สาธารณะ เว้นแต่มีเหตุและฐานกฎหมายรองรับโดยเฉพาะ
6. การเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูล
โรงเรียนอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีความจำเป็น เช่น
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย
- ผู้ให้บริการระบบสารสนเทศที่ได้รับมอบหมาย
- บุคคลหรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
โรงเรียนจะพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลตามความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน
7. ระยะเวลาในการเก็บรักษา
ก. การแสดงผลบนเว็บไซต์สาธารณะ
เมื่อบุคลากรย้าย ลาออก เกษียณอายุราชการ พ้นจากหน้าที่ หรือสิ้นสุดความสัมพันธ์กับโรงเรียนในลักษณะที่ไม่มีบทบาทหน้าที่ปัจจุบัน ที่จำเป็นต้องแสดงต่อสาธารณะอีกต่อไป โรงเรียนจะพิจารณาทบทวนและนำข้อมูลของบุคคลนั้นออกจากหน้าเว็บไซต์สาธารณะ (เช่น หน้าทำเนียบบุคลากร) ภายในระยะเวลาดำเนินการที่เหมาะสม
ข. การเก็บรักษาข้อมูลภายใน
การนำข้อมูลออกจากการเผยแพร่บนเว็บไซต์สาธารณะเป็นคนละกรณีกับการลบข้อมูลส่วนบุคคล ออกจากระบบฐานข้อมูลภายในของโรงเรียนทั้งหมด โรงเรียนอาจยังคงมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลบางส่วนไว้ภายใน (ไม่เผยแพร่ต่อสาธารณะ) เพื่อวัตถุประสงค์ เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบงานสารบรรณ ระเบียบการบริหารงานบุคคล การเก็บเป็นหลักฐานหรือเอกสารทางราชการ การตรวจสอบ (audit) หรือการก่อตั้ง ใช้สิทธิ หรือต่อสู้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย และความจำเป็นตามภารกิจของทางราชการอื่นตามที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด
เมื่อไม่มีเหตุผลหรือฐานทางกฎหมายที่จำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป โรงเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ตามความเหมาะสมและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลภายในจะเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบงานสารบรรณ ตารางกำหนดอายุการเก็บเอกสารของทางราชการ หรือหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด โดยโรงเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลไว้เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวเท่านั้น
8. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
โรงเรียนจะใช้มาตรการด้านการบริหารจัดการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจ หรือโดยมิชอบ
9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บุคลากรสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เช่น
- ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูล
- ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
- ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
- ขอจำกัดการใช้ข้อมูล
- คัดค้านการประมวลผล
- สิทธิอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
การใช้สิทธิบางประเภทอาจมีข้อจำกัดตามกฎหมาย หากโรงเรียนยังมีหน้าที่หรือฐานกฎหมาย ที่จำเป็นต้องเก็บหรือประมวลผลข้อมูลดังกล่าว
10. การแก้ไขข้อมูลบนเว็บไซต์
หากบุคลากรพบว่าข้อมูลบนเว็บไซต์ เช่น
- ชื่อ
- ตำแหน่ง
- รูปถ่าย
- กลุ่มงาน
- กลุ่มสาระการเรียนรู้
ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบัน สามารถแจ้งโรงเรียนเพื่อพิจารณาตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลได้
เมื่อมีการย้าย ลาออก เกษียณ หรือพ้นจากหน้าที่ โรงเรียนจะพิจารณาปรับสถานะหรือนำข้อมูลออกจาก ส่วนที่เผยแพร่ต่อสาธารณะตามความเหมาะสม โดยยังอาจเก็บข้อมูลบางส่วนไว้ภายในตามระยะเวลา ที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด
11. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
โรงเรียนอาจทบทวนหรือปรับปรุงประกาศฉบับนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน ระบบสารสนเทศ กฎหมาย หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปัจจุบันจะแสดงบนเว็บไซต์ของโรงเรียน
12. ช่องทางติดต่อ
บุคลากรที่ต้องการสอบถามเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง แจ้งข้อมูลบุคลากรบนเว็บไซต์ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบัน หรือยื่นคำขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สามารถติดต่อโรงเรียนได้ตามช่องทางด้านล่าง
โรงเรียนชุมชนดงมะไฟเจริญศิลป์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1
ที่อยู่:
เลขที่ 533 หมู่ที่ 1
ตำบลขมิ้น อำเภอเมือง
จังหวัดสกลนคร 47220
เว็บไซต์: dmf.ac.th
ช่องทางติดต่อเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล:
อีเมล privacy@dmf.ac.th
หรือติดต่อโรงเรียนชุมชนดงมะไฟเจริญศิลป์ตามที่อยู่ข้างต้น